การใช้จ่ายสหรัฐเพิ่ม 0.5% แต่ปริมาณบริโภคจริงแทบไม่เพิ่ม
จ่ายเงินมากขึ้นไม่ได้แปลว่าของในตะกร้ามากขึ้นเสมอ BEA เผยเมื่อ 29 ตุลาคมว่าการใช้จ่ายกันยายนเพิ่ม 0.5% จากเดือนก่อนในราคาปัจจุบัน แต่เมื่อหักเงินเฟ้อเพิ่มไม่ถึง 0.1% เงินออกมากขึ้น ขณะที่ปริมาณบริโภคแทบคงที่
ราคาระหว่างมูลค่ากับปริมาณ
PCE ครอบคลุมสินค้าและบริการที่ผู้อยู่อาศัยในสหรัฐซื้อเองหรือมีผู้ซื้อให้ มูลค่าตัวเงินใช้ราคาปัจจุบัน ส่วนค่าจริงตัดผลของราคา ดัชนีราคา PCE กันยายนเพิ่ม 0.5% ดังนั้นเงินใช้จ่ายที่เพิ่มไม่ได้พิสูจน์ว่าปริมาณเพิ่มแรง
ตาราง BEA ปัดอัตราเพิ่ม PCE จริงเป็น 0.0% แต่เนื้อความระบุเพิ่ม 2.6 พันล้านดอลลาร์ หรือไม่ถึง 0.1% ต่อเดือน จึงไม่ควรเขียนว่าเป็นศูนย์พอดีหรือลดลง กราฟแรกใช้การปัดแบบตาราง พร้อมอธิบายการเพิ่มเล็กน้อยในคำบรรยาย

รายได้เพิ่ม แต่กำลังซื้ออาจลด
รายได้ส่วนบุคคลและรายได้ใช้จ่ายได้เพิ่มอย่างละ 0.2% แต่รายได้ใช้จ่ายได้จริงลด 0.3% เพราะราคาขึ้นเร็วกว่า เงินหลังภาษีกับปริมาณที่ซื้อได้เป็นคนละมาตรวัด จึงเกิดขึ้นพร้อมกันได้
ตัวอย่างสมมติ รายได้เพิ่มจาก 100 เป็น 100.2 แต่ราคาตะกร้าเดิมเพิ่มจาก 100 เป็น 100.5 ปริมาณที่ซื้อได้ลดราว 0.3% นี่ไม่ได้จำลองวิธีคำนวณจริงของ BEA แต่ช่วยให้เห็นเหตุผลที่ต้องอ่านรายได้คู่กับราคา
บริการมีส่วนในมูลค่าเพิ่มมากกว่า
PCE ราคาปัจจุบันเพิ่ม 113.1 พันล้านดอลลาร์ โดยสินค้าเพิ่ม 35.1 และบริการเพิ่ม 78.1 พันล้าน ผลรวมต่างเล็กน้อยได้จากการปัดเศษ ตัวเลขนี้คือผลต่างของระดับอัตรารายปีที่ปรับฤดูกาลแล้ว ไม่ใช่เงินเพิ่มเติมทั้งหมดที่จ่ายจริงเฉพาะเดือนกันยายน
บริการมีส่วนต่อการเพิ่มของมูลค่ามากกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์ว่าปริมาณบริการเพิ่มเร็วกว่าสินค้าหรือทุกอุตสาหกรรมขายดี มูลค่าปัจจุบันมีทั้งราคาและปริมาณ กราฟที่สองจึงเปรียบเทียบผลเพิ่มในหน่วยเดียวกัน แทนการให้ความแม่นยำเกินจริงกับสัดส่วน

อัตราออม 3.8% และข้อมูลครั้งหน้า
อัตราออมคือเงินออมส่วนบุคคลรวมเทียบรายได้ใช้จ่ายได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนออม 3.8% และรายได้ก็ไม่ได้บวกกำไรจากราคาสินทรัพย์ขึ้นตรงๆ ตัวเลขเดียวจึงไม่อธิบายเงินสำรองของทุกครอบครัว
ราคา PCE เพิ่ม 3.6% จากปีก่อน และ 3.1% เมื่อไม่รวมอาหารกับพลังงาน รายเดือนเพิ่ม 0.5% และ 0.3% ช่วงเวลาต่างจากอัตรารายไตรมาสแบบรายปีของ GDP ที่ออกวันเดียวกัน ครั้งหน้าวันที่ 25 พฤศจิกายน ควรดูว่าปริมาณกับกำลังซื้อฟื้นพร้อมกันหรือไม่ ข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่คำแนะนำลงทุนรายบุคคล